arrow
arrow

ประวัติความเป็นมา

ตำบลบางไทรเป็นตำบลที่มีแม่น้ำตะกั่วป่า คลองสาขาของแม่น้ำตะกั่วป่าและคลองปีกไหลผ่าน ประกอบกับในอดีตพื้นที่บริเวณนี้มีต้นไทรขึ้นอยู่ริมน้ำทุกสายอย่างหนาแน่น จึงเป็นที่มาของการเรียกชื่อตำบลว่า "บางไทร" จวบกระทั่งปัจจุบัน ตำบลบางไทรจัดตั้งเป็นตำบลเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๔๑ โดยขึ้นอยู่กับอำเภอตลาดใหญ่ ภายหลังเมื่อจังหวัดตะกั่วป่าถูกยุบเป็นอำเภอตะกั่วป่า การปกครองของตำบลบางไทร จึงขึ้นอยู่กับอำเภอตะกั่วป่า

ตำบลบางไทร มี ๗ หมู่บ้าน แต่ละหมู่บ้านมีประวัติความเป็นมา ดังนี้

  • หมู่ที่ ๑ บ้านทุ่นโตนด้วนเหนือ เล่ากันว่าแต่เดิมพื้นที่บริเวณนี้เป็น "ทุ่งโตนด" มองไปทางไหนก็เห็นต้นโตนดยืนต้นหนาแน่น เมื่อเวลาล่วงไปต้นโตนดก็แก่ตายกลายเป็นโตนดยอดด้วน ทำให้พื้นที่นี้ในช่วงเวลาหนึ่งมีต้นโตนดยอดด้วนยืนต้นตายให้เห็นเต็มทุ่ง ชาวบ้านจึงเรียกกันติดปากว่า "ทุ่งโตนด้วนเหนือ"
  • หมู่ที่ ๒ บ้านทุ่งโตนด้วนใต้ ที่มาของชื่อหมู่บ้านมีความหมายเช่นเดียวกันกับบ้านทุ่งโตนด้วนเหนือ ซึ่งแต่เดิมนั้นมีเนื้อที่ครอบคลุมบริเวณกว้างติดต่อกัน มีลักษณะทางกายภาพเหมือนกัน ภายหลังได้มีการแบ่งเขตพื้นที่เพื่อง่ายแก่การปกครอง จึงแบ่งพื้นที่หมู่บ้านเดิมออกเป็นสองส่วน พื้นที่ด้านบนเรียก "ทุ่งโตนด้วนเหนือ" พื้นที่ด้านล่างเรียก "ทุ่งโตนด้วนใต้" และเป็นที่มาของการเรียกขื่อหมู่บ้านกระทั่งปัจจุบัน
  • หมู่ที่ ๓ บ้านบางไทร ที่มาของชื่อหมู่บ้านมีความหมายเช่นเดียวกับชื่อตำบล
  • หมู่ที่ ๔ บ้านบางจ๋วน "จ๋วน" เป็นภาษาจีนฮกเกี้ยน หมายถึงกำไร ผลประโยชน์ บางจ๋วน จึงหมายถึงพื้นที่ที่ให้ประโยชน์แก่ผู้อยู่อาศัย
  • หมู่ที่ ๕ บ้านดอกแดง เล่ากันมาว่า แต่เดิมพื้นที่ในหมู่บ้านนี้ "ไม้นาคบุตร" ขึ้นอยู่ตามธรรมชาติ อย่างหนาแน่น ไม้นาคบุตรเป็นไม้ยืนต้นแตกยอดปีละ ๓ ครั้ง ซึ่งชาวบ้านทั่วไปเรียกกันว่า "ดอกไม้แดง" เพราะแตกยอดออกดอกเป็นสีแดง ผู้คนที่สัญจรผ่านไปมาในหมู่บ้านจะเห็นจุดเด่น ของสียอดและดอกของไม้นาคบุตร เกือบตลอดทั้งปีทำให้เป็นที่มา ของการเรียกชื่อหมู่บ้านว่า "บ้านดอกไม้แดง" แต่เนื่องจากชื่อที่ใช้เรียกยาวถึง ๓ พยางค์ การเรียกของคนทั่วไปจึงกร่อนลงให้สั้น และติดปากมาจนตั้งเป็นชื่อหมู่บ้าน กระทั่งปัจจุบันนี้ว่า "บ้านดอกแดง"
  • หมู่ที่ ๖ บ้านในปิ เล่ากันมาว่าแต่เดิมพื้นที่บริเวณนี่เป็นคลองสายใหญ่ ต่อมามีคนเข้ามาตั้งบ้านเรือนอาศัยอยู่ในบริเวณปีกคลองที่แยกมาจากคลองใหญ่ "ปิ" มาจากคำว่า "ปีก" หมายถึง ปีกของคลองที่แยกออกมา (คลองสาขา) แต่เนื่องจากชาวบ้านพื้นเมืองเป็นคนไทยเชื่อสายจีนจึงออกเสียง "ปีก" เต็มเสียง ไม่ได้ออกได้เป็น "ปิ" จึงเป็นที่มาของการเรียกชื่อหมู่บ้านนี้ว่า "บ้านในปิ"
  • หมู่ที่ ๗ บ้านทุ่งกก มาจากคำบอกเล่าว่าแต่เดิมพื้นที่บริเวณนี้เป็นทุ่งกว้างใหญ่ มีต้นกกขึ้นตามธรรมชาติอย่างหนาแน่น ผู้คนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่บริเวณนี้ต่างก็ได้ใช้ประโยชน์จากต้นกกมาโดยตลอด จึงเป็นที่มาของการเรียกชื่อหมู่บ้านว่า "บ้านทุ่งกก"

ตำบลตำตัว

จากคำบอกเล่า " ตำตัว" มากจากคำว่า "ตามตัว" เล่ากันว่าในอดีตข้าทาสบริวารในปกครอง ของเจ้าเมือง จะแอบหนีออกจากค่าย เนื่องจากถูกบังคับข่มเหงใช้แรงงานหนัก เมื่อทนไม่ไหวก็จะหนีมาหลบอาศัยอยู่ในพื้นที่ บริเวณนี้เกือบทุกครั้ง ทหารของเจ้าเมืองก็จะถูกสั่งให้ออกมาตามหาตัวและพากลับเข้าค่าย จนเป็นที่รู้กับว่า ถ้ามีคนหนีต้องมาตามตัวที่แห่งนี้ จึงเรียกที่แห่งนี้ว่าที่ "ตามตัว" สันนิษฐานว่าภายหลังมีการบันทึกข้อมูล ตามคำเรียกเพี้ยนไป เป็นคำว่า "ตำตัว" ทำให้เปลี่ยนความหมายเติมจาก "ตามตัว" และใช้เรียกเป็นชื่อตำบลมากระทั่งปัจจุบันนี้

ตำบลตำตัวเคยเป็นสถานที่ตั้งเมืองเก่าตะกั่วป่า ตามตำนานกล่าวว่าเจ้าเมืองตะกั่วป่าในสมัยนั้นชื่อ "พระยาตะกั่วป่า" (ม่วง) บิดาของท่านชื่อ "ท่านท้าว" ได้ไปสร้างวัดหน้าเมือง เมื่อปี พ.ศ. ๒๓๒๐ ตรงกับรัชสมัยของสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี (พ.ศ. ๒๓๑๓ – ๒๓๒๕)

สันนิษฐานว่าเมืองตะกั่วป่าตั้งอยู่ที่นี่ ซึ่งชาวจีนเรียกกันว่า "เต็งโกป่า" นั้น คงถูกพม่าทำลายเมื่อยกทัพมาโจมตีในปี พ.ศ. ๒๓๕๒ (รัชกาลที่ ๒) เพราะปัจจุบันไม่ปรากฏซากกำแพงหรืออื่นใด นอกจากร่องรอยของวัดร้างคือวัดลุ่มและวัดร้างป่าเลย์ไลย์เท่านั้น

Template Settings
Select color sample for all parameters
Red Green Blue Gray
Background Color
Text Color
Google Font
Body Font-size
Body Font-family
Scroll to top